หน้าร้อนผิวมัน หน้าหนาวผิวตึง แบ่งดูแลผิวมันตามฤดูและโซนหน้า
เมื่อเปลี่ยนฤดู แต่ละโซนของหน้าอาจตอบสนองไม่เหมือนกัน หน้าร้อนให้ทาที่ทีโซนน้อยลงหน่อย ส่วนช่วงอากาศแห้งหรืออยู่ห้องแอร์นาน ให้เพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ที่แก้มอีกหนึ่งชั้น

บันทึกนี้มีอะไรบ้าง7 หัวข้อ
| สถานการณ์ | ข้อมูล | ที่มา |
|---|---|---|
| อากาศร้อน | อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นทุก 1°C การหลั่งซีบัมเพิ่มขึ้น 10% หน้าร้อนจึงอาจมีทั้งซีบัมและเหงื่อมากขึ้น | KDCA (เกาหลี) · หน่วยงาน |
| ห้องที่อากาศแห้งในหน้าหนาว | หลังอยู่ในห้องหน้าหนาวที่ความชื้น 23.05% นาน 6 ชั่วโมง ความหยาบของผิวหน้าฝั่งที่ไม่ได้ทาครีมเพิ่มขึ้น 7.38% ส่วนฝั่งที่ทาครีมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ | 2023 PMID 37357654 · A |
| หน้าผากกับแก้ม | งานวิจัยในผู้ชายเกาหลี 100 คน พบว่าการสูญเสียน้ำที่หน้าผากต่างกันตามฤดู (หน้าร้อน 21.41 และหน้าหนาว 17.40 g/h/m²) แต่แก้มไม่ต่างกันตามฤดู | 2022 PMID 35677917 · A |
| ภาพรวมเรื่องฤดู | 11 งานที่ศึกษาเรื่องฤดูและภูมิอากาศได้ผลไม่ตรงกัน และ 2 งานที่ดูความชื้นในอาคารไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความชื้นกับการสูญเสียน้ำ | 2022 PMID 35677917 · A |
| ทามอยส์เจอไรเซอร์ 6 สัปดาห์ในหน้าหนาว | ผู้หญิงอายุน้อย 16 คนทามอยส์เจอไรเซอร์หน้าข้างเดียววันละ 2 ครั้งนาน 6 สัปดาห์ ข้างนั้นมีความชุ่มชื้นสูงกว่าและสูญเสียน้ำน้อยกว่า | 2003 PMID 14571069 · B |
หน้าร้อน ทำไมทีโซนมันเยิ้มกว่าเดิม
เมื่ออากาศร้อนทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ซีบัมก็มักเพิ่มตาม ถึงใช้ผลิตภัณฑ์เดิม ทีโซนในช่วงบ่ายของหน้าร้อนก็จะมันขึ้น สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KDCA) อธิบายว่าอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นทุก 1°C ทำให้การหลั่งซีบัมเพิ่มขึ้น 10% สิวที่เงียบอยู่จึงอาจกำเริบในหน้าร้อน
ช่วงนี้ให้ลองลดโทนเนอร์และโลชันที่หน้าผากและจมูกลงอย่างละหนึ่งรอบ ส่วนแก้มทาเท่าเดิม วันที่อยู่กลางแดดนาน ๆ เช่น เดินไปโรงเรียนหรือทำงานนอกสถานที่ ให้ใช้กระดาษซับมันกดทีโซนหนึ่งครั้งราวบ่ายสามโมง แล้วจดว่าซับไปกี่ครั้ง วันที่นั่งในออฟฟิศแอร์เย็นจัดทั้งวัน แก้มอาจกลับตึงขึ้นมา จึงให้คะแนนทีโซนกับแก้มแยกกันในวันเดียวกัน

แก้มตึงในห้องแอร์หรือช่วงอากาศแห้ง ดูแลอย่างไร
วันที่อยู่ในห้องที่อากาศแห้งนาน ๆ สิ่งแรกคือเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ที่แก้มอีกหนึ่งชั้น งานวิจัยในเกาหลีปี 2023 ให้ผู้หญิง 20 คนอยู่ในห้องช่วงหน้าหนาวที่มีเครื่องทำความร้อนและความชื้น 23.05% นาน 6 ชั่วโมง พบว่าหน้าฝั่งที่ไม่ได้ทาครีมมีความหยาบเพิ่มขึ้น 7.38% และดัชนีริ้วรอยเพิ่มขึ้น 5.84% ส่วนฝั่งที่ทาครีมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในงานเดียวกัน แขนฝั่งที่ไม่ได้ทามีการสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้น 26.70% หลัง 6 ชั่วโมง การทดลองเทียบครึ่งหน้าปี 2003 ก็พบว่า 16 คนที่ทามอยส์เจอไรเซอร์หน้าข้างเดียวนาน 6 สัปดาห์ในหน้าหนาว มีความชุ่มชื้นข้างนั้นสูงกว่า ทั้งสองงานมีขนาดเล็กและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่มีหลายส่วนผสม จึงตั้ง “ช่วงอากาศแห้ง เพิ่มที่แก้มอีกชั้น” เป็นค่าพื้นฐาน ส่วนทีโซนให้ตัดสินแยกโดยดูคะแนนความมัน ในไทย ช่วงที่ควรลองสังเกตคือหน้าหนาวที่อากาศแห้ง และวันที่อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน

ทีโซนกับแก้ม เปลี่ยนไปเหมือนกันทุกฤดูไหม
อาจไม่เหมือนกัน งานวิจัยในผู้ชายเกาหลี 100 คนที่อยู่ในบทความทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2022 (งานวิจัยในคน 15 งาน) พบว่าหน้าผากสูญเสียน้ำมากกว่าในหน้าร้อน ส่วนแก้มและแขนไม่ต่างกันตามฤดู และงานวิจัยในผู้หญิงเช็กก็รายงานว่าแก้มไม่ต่างกันตามฤดูเช่นกัน
แต่งานวิจัยในผู้หญิงจีน 206 คนกลับพบตรงข้าม คือหน้าผากสูญเสียน้ำในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าหนาวมากกว่าหน้าร้อน ผู้เขียนบทความทบทวนสรุปว่ายังไม่มีข้อสรุปร่วมกันเรื่องผลของฤดู และบทความทบทวนเรื่องความชื้นปี 2016 ก็ยังสรุปไม่ได้ แทนที่จะตั้งว่า “หน้าหนาวต้องแห้ง หน้าร้อนต้องมัน” ให้จดคะแนนแยกโซนสองสัปดาห์ แล้วดูว่าผิวของเราขยับไปทางไหน
ผิวมันต้องเปลี่ยนโฟมล้างหน้า กันแดด และคุชชั่นตามฤดูด้วยไหม
ถ้าจะเปลี่ยน ให้เปลี่ยนฤดูละอย่างเดียว KDCA แนะนำให้ผิวที่เป็นสิวใช้ครีมกันแดดเนื้อเจลแบบออยล์ฟรี รองพื้นชนิดน้ำและมอยส์เจอไรเซอร์แบบออยล์ฟรี เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า non-comedogenic และล้างเครื่องสำอางออกทุกคืน
ถ้าหน้าร้อนเปลี่ยนกันแดดเป็นเนื้อเจลแล้ว ช่วง 2 สัปดาห์นั้นให้คงโฟมล้างหน้าและคุชชั่นไว้ตามเดิม สมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลีแบ่งโทนเนอร์เป็นแอสทริงเจนต์ (astringent) กับโทนเนอร์แบบทำให้ผิวนุ่ม และบอกให้ใช้ต่างกันระหว่างบริเวณที่มีซีบัมมากกับส่วนอื่น ใช้ผลิตภัณฑ์เดียวแต่ทาทีโซนกับแก้มในปริมาณต่างกัน ก็ใช้หลักเดียวกันได้

แผนแบ่งตามฤดูและโซน กับตารางเช็ก 2 สัปดาห์ช่วงเปลี่ยนฤดู
| ฤดู | ทีโซน (หน้าผาก จมูก) | แก้มและแนวกราม | ดูอะไรก่อน |
|---|---|---|---|
| หน้าร้อน | ลดโทนเนอร์และโลชันลงอย่างละหนึ่งรอบ | เท่ากับช่วงก่อนหน้า | คะแนนความมันตอนบ่าย |
| หน้าหนาวที่อากาศแห้ง / วันที่อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน | ทาบาง ๆ หนึ่งรอบ | เพิ่มโลชันหรือครีมอีกหนึ่งชั้น | คะแนนแก้มตึงหลังล้างหน้า |
| ช่วงเปลี่ยนฤดู (ต้นฝน ปลายฝนต้นหนาว) | เริ่มจากปริมาณของฤดูที่แล้ว | เริ่มจากปริมาณของฤดูที่แล้ว | ตาราง 2 สัปดาห์ด้านล่าง |
| วัน | สิ่งที่เปลี่ยน (อย่างเดียว) | ทีโซนมันตอนบ่าย (0–3) | แก้มตึง (0–3) | ชั่วโมงที่อยู่ห้องแอร์หรือเปิดเครื่องทำความร้อน | ตำแหน่งสิวขึ้นใหม่ |
|---|---|---|---|---|---|
| วันที่ 1 | เช่น เพิ่มโลชันที่แก้มหนึ่งชั้น | ||||
| วันที่ 4 | ไม่เปลี่ยน | ||||
| วันที่ 7 | ไม่เปลี่ยน | ||||
| วันที่ 14 | ทำต่อ / ย้อนกลับ |
วันที่ 14 ถ้าแก้มตึงน้อยลงและคะแนนทีโซนเท่าเดิม ให้ทำต่อ ถ้าทีโซนมันขึ้นหรือสิวเพิ่มขึ้น ให้คงชั้นที่เพิ่มไว้แค่ที่แก้ม หรือย้อนกลับไปแบบเดิม
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
- ถ้าเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ที่แก้มแล้ว ผิวยังแตก คัน หรือแดงต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง
- ถ้าทุกหน้าหนาวผิวลอกเป็นขุยลามจากหน้าไปถึงตามตัว ให้แพทย์ผิวหนังตรวจว่าเป็นแค่ผิวแห้งตามฤดูหรือไม่
- ถ้าสิวรุนแรงร่วมกับประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขนตามตัวดกขึ้น อาจต้องตรวจฮอร์โมนตามที่สมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลีระบุไว้ ให้ปรึกษาแพทย์
- ถ้าปรับปริมาณตามฤดูแล้วสิวยังขึ้นต่อเนื่องไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
หลักฐานที่ใช้ในบทความ แบบย่อ
- งานวิจัยเทียบครึ่งหน้าปี 2023 ในผู้หญิงเกาหลี 20 คนที่อยู่ในห้องช่วงหน้าหนาวที่ความชื้น 23.05% นาน 6 ชั่วโมง (PMID 37357654) พบว่าความหยาบของผิวหน้าฝั่งที่ไม่ได้ทาครีมเพิ่มขึ้น 7.38% ส่วนฝั่งที่ทาครีมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
- งานวิจัยในผู้ชายเกาหลี 100 คนที่อยู่ในบทความทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2022 (PMID 35677917, งานวิจัยในคน 15 งาน) พบว่าการสูญเสียน้ำที่หน้าผากต่างกันตามฤดู คือหน้าร้อน 21.41 และหน้าหนาว 17.40 g/h/m² แต่แก้มไม่ต่างกันตามฤดู
- KDCA ระบุว่าอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นทุก 1°C ทำให้การหลั่งซีบัมเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งอาจทำให้สิวแย่ลงในหน้าร้อน
คำถามที่พบบ่อย
ผิวผสมต้องดูแลทีโซนกับแก้มแยกกันไหม
แค่แบ่งปริมาณที่ทาให้ต่างกันก็เป็นการดูแลแยกที่ทำได้จริง งานวิจัยในผู้ชายเกาหลี 100 คนที่อยู่ในบทความทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2022 พบว่าการสูญเสียน้ำทางผิวที่หน้าผากต่างกันระหว่างหน้าร้อนกับหน้าหนาว แต่แก้มไม่ต่างกันตามฤดู สมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลีก็อธิบายการใช้โทนเนอร์ต่างกันระหว่างบริเวณที่มันมากกับส่วนอื่นของหน้า
ผิวแห้งแต่เป็นสิว เกิดจากอะไร
ถึงความมันจะน้อย ถ้ารูขุมขนอุดตันก็เกิดสิวได้ สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KDCA) อธิบายว่าในหน้าหนาว เซลล์ผิวหลุดลอกช้าลง ชั้นผิวด้านนอกที่หนาขึ้นอาจอุดรูขุมขนจนสิวแย่ลง และระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นสิวบางคนก็ไม่ได้มีความมันบนหน้ามาก แทนที่จะเพิ่มแต่น้ำมันหนัก ๆ เพราะรู้สึกว่าผิวแห้ง ให้ปรับปริมาณด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่ระบุว่า non-comedogenic
ผิวมันควรใช้ส่วนผสมอะไร
ในข้อมูลที่บทความนี้ใช้ ไม่มีการเปรียบเทียบที่ชี้ส่วนผสมตัวเดียวว่าเป็นคำตอบ KDCA แนะนำว่าถ้าผิวเป็นสิว ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า oil-free, non-comedogenic หรือ non-acnegenic และมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีน้ำมันน้อย ให้ดูฉลากเหล่านี้กับเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนชื่อส่วนผสม แล้วปรับปริมาณที่ทาตามฤดู
แหล่งอ้างอิง
- Six hours in low-humidity winter indoor air and a ceramide-containing cream, split-face study in 20 Korean women, 2023 (PMID 37357654)A
- Season, climate, air pollution and transepidermal water loss, systematic review of 15 human studies, 2022 (PMID 35677917)A
- Six-week split-face moisturizer trial in winter, 16 young women, 2003 (PMID 14571069)B
- Ambient humidity and the skin, literature review, 2016 (PMID 27306376)C
- Korea Disease Control and Prevention Agency (KDCA) National Health Information Portal — Acne (Korean)หน่วยงาน
- Korean Dermatological Association — Basic skin care products (Korean)หน่วยงาน
- Korean Dermatological Association — Acne vulgaris (Korean)หน่วยงาน
ที่นี่ไม่นับวิดีโอหรือโพสต์ในกระทู้เป็นหลักฐานของข้อเท็จจริง อ่านกฎทั้งหมดได้ที่ นโยบายบรรณาธิการ


