เปลี่ยนครีมแล้วสิวอุดตันขึ้น? เช็ก 4 สัปดาห์ก่อนเชื่อฉลาก non comedogenic

องค์ประกอบของหลักฐาน: แหล่งอ้างอิง 8 รายการงานวิจัยขนาดใหญ่หรือการทบทวนอย่างเป็นระบบ 1งานวิจัยขนาดเล็กหรือการศึกษาเชิงสังเกต 5สมาคมแพทย์และหน่วยงานรัฐ 2ตรวจทาน ตรวจทานครั้งถัดไป ดูแหล่งอ้างอิงเกณฑ์หลักฐาน

ลองผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละตัว ทาที่กรอบหน้าข้างเดียวก่อน แล้วนับตุ่มเล็ก ๆ เทียบกับอีกข้างเป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะเห็นว่าตัวนั้นทำให้รูขุมขนอุดตันหรือไม่

ภาพใกล้ผิวบริเวณปลายคางถ่ายเฉียงลงด้านล่าง ฉากหลังสีเขียวเบลอ เห็นจุดรูขุมขนเล็ก ๆ อยู่ประปราย
บันทึกนี้มีอะไรบ้าง7 หัวข้อ
  1. ดูส่วนผสม 10 ตัวแรก บอกได้ไหมว่าเหมาะกับผิวมันหรือผิวแห้ง
  2. คลีนซิ่งออยล์ non comedogenic คนเป็นสิวใช้ได้ไหม
  3. มอยส์เจอไรเซอร์ non comedogenic ต่างจากครีมทั่วไปตรงไหน
  4. 4 สัปดาห์ต้องนับตรงไหน และหยุดเมื่อไร
  5. ตารางจด 4 สัปดาห์ เช็กสิวอุดตันจากผลิตภัณฑ์ใหม่
  6. ตุ่มแบบไหนควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
  7. งานวิจัยที่อ้างอิงพบอะไรบ้าง
ประเด็น ข้อมูล ที่มา
ระยะเวลาเช็ก การแปะทดสอบเครื่องสำอางสำเร็จรูปทาสัปดาห์ละ 3 ครั้งนาน 4 สัปดาห์ แล้วนับสิวอุดตันขนาดเล็กมาก (microcomedone) 2006 PMID 16488305 · B
จุดที่นับ ในผู้หญิงที่เป็นสิว 66 คน จำนวนสิวอุดตันหัวปิดที่หน้าผากขยับไปพร้อมกับข้างแก้ม คาง และหลังส่วนบน 2016 PMID 26094640 · B
ส่วนผสมกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แม้มีส่วนผสมที่ก่อสิวอุดตัน ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก็ไม่ได้ทำให้เกิดสิวอุดตันเสมอไป (6 คน) 2006 PMID 16488305 · B
ข้อจำกัดของรายการส่วนผสม ข้อมูลปี 1976 ที่จัดเอสเทอร์อย่างไอโซโพรพิลไมริสเตตเป็นสารก่อสิวอุดตัน มาจากการทดสอบในกระต่าย 1976 PMID 138532 · B
คำแนะนำของหน่วยงาน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า oil-free, noncomedogenic หรือ nonacnegenic และล้างเครื่องสำอางทุกคืน KDCA (เกาหลี) · หน่วยงาน

ดูส่วนผสม 10 ตัวแรก บอกได้ไหมว่าเหมาะกับผิวมันหรือผิวแห้ง

ส่วนผสมต้นรายการพอบอกได้ว่าเนื้อหนักแค่ไหน แต่บอกไม่ได้ว่าจะอุดตันรูขุมขนของคุณหรือไม่ ในการทดลองปี 2006 ที่แปะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้คนที่เกิดสิวอุดตันง่าย 6 คนนาน 4 สัปดาห์ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อสิวอุดตันก็ไม่ได้ทำให้เกิดสิวอุดตันทุกครั้ง

มีตัวอย่างที่บอกว่าเห็นชื่อส่วนผสมแล้วไม่ต้องตกใจไปก่อน ในการทดลองแบบไขว้ที่มีกลุ่มยาหลอกปี 1998 คนที่เป็นสิวเล็กน้อยทากรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นส่วนผสมกลุ่มน้ำมัน นาน 1 เดือน สิวอุดตันขนาดเล็กมากก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน งานวิจัยปี 1976 ใช้การทดสอบในกระต่ายจัดส่วนผสมอย่างไอโซโพรพิลไมริสเตต บิวทิลสเตียเรต และลาโนลินบางชนิดเป็นสารก่อสิวอุดตัน ผลจากสัตว์ทดลองนำมาใช้กับหน้าคนตรง ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าจดไว้ในช่อง “ส่วนผสมต้นรายการ” ของตารางว่ามีชื่อเอสเทอร์แบบนี้หรือไม่ วันที่ตุ่มเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นก็จะมีตัวเลือกไว้เทียบ

ครีมสีขาวตักเป็นโดม ก้อนเนยสีเหลืองแตก ๆ แผ่นบาง ๆ ผลไม้เปลือกแข็งสีน้ำตาล และหยดน้ำมันสีอำพัน วางรวมกันบนแผ่นหิน
ชื่อกลุ่มเนย ออยล์ และแว็กซ์ในครีมไม่ใช่คำตัดสิน เป็นแค่ตัวเลือกที่ควรจดลงตาราง

คลีนซิ่งออยล์ non comedogenic คนเป็นสิวใช้ได้ไหม

ในหลักฐานที่เราทบทวน ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบคลีนซิ่งออยล์แยกออกมาว่าก่อสิวอุดตันหรือไม่ การสังเกตจุดที่มีคราบเหลือหลังล้างจึงใช้ได้จริงกว่าการเชื่อฉลาก KDCA ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขระดับชาติของเกาหลีใต้ แนะนำให้ล้างเครื่องสำอางทุกคืนด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยนกับน้ำ และบอกว่าวันที่ทาครีมกันแดดหรือแต่งหน้า การล้างสองขั้นตอนช่วยได้ เพราะรูขุมขนอาจถูกอุดได้

แม้เป็นผลิตภัณฑ์แบบล้างออก กรอบหน้า แนวไรผม และร่องข้างปีกจมูกก็เป็นจุดที่น้ำล้างไปไม่ค่อยถึง ถ้าคุณมักรีบล้างหน้าหลังออกกำลังกายที่ฟิตเนส ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังเปลี่ยนออยล์ ให้นับตุ่มเล็ก ๆ ที่สามจุดนี้แยกไว้ ถ้าเริ่มออยล์ใหม่กับครีมกันแดดใหม่ในสัปดาห์เดียวกัน จะแยกผลไม่ออก จึงควรเว้นห่างกันหนึ่งสัปดาห์

มอยส์เจอไรเซอร์ non comedogenic ต่างจากครีมทั่วไปตรงไหน

ฉลากนี้บอกว่าผู้ผลิตตรวจแล้วว่าไม่ค่อยก่อสิวอุดตัน ไม่ได้แปลว่าทุกแบรนด์ใช้วิธีทดสอบเดียวกัน KDCA แนะนำว่าเมื่อผิวเป็นสิวต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือรองพื้นแบบน้ำ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ oil-free หรือที่ระบุว่า noncomedogenic หรือ nonacnegenic

ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกทามอยส์เจอไรเซอร์ ในงานวิจัยแบบกลุ่มผู้ป่วยเทียบกลุ่มควบคุมปี 2013 ที่เทียบผู้ใหญ่ที่เป็นสิว 910 คนกับกลุ่มควบคุม 910 คน การใช้เครื่องสำอางโดยรวมที่มากกว่ากลับสัมพันธ์กับโอกาสเป็นสิวในผู้ใหญ่ที่ต่ำกว่า (odds ratio) ตัวชี้วัดนี้รวมเครื่องสำอางทุกชนิดไว้ด้วยกัน จึงสรุปเรื่องส่วนผสมตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ แต่การถามว่า “เราเพิ่งเพิ่มอะไรเข้ามา” เข้ากับการจดบันทึกมากกว่าการคิดว่า “ทาเยอะแล้วจะอุดตัน”

เมล็ดลายจุด ใบไม้ ชิ้นเนย และเม็ดเรซินสีอำพันกระจายอยู่บนพื้นสีเขียวอ่อน มีแว่นขยายด้ามไม้วางทับ
ฉลาก noncomedogenic หมายถึงผู้ผลิตเป็นคนตรวจ จึงควรจดชื่อส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ละตัวแยกไว้ในตาราง

4 สัปดาห์ต้องนับตรงไหน และหยุดเมื่อไร

เลือกกรอบหน้าข้างหนึ่งกับหน้าผากเป็นจุดอ้างอิง แล้วนับตุ่มเล็ก ๆ ทุกสัปดาห์ในวันเดิม ใต้แสงเดิม งานวิจัยปี 2016 ที่วิเคราะห์ผู้หญิงที่เป็นสิว 66 คน พบว่าสิวอุดตันหัวปิดที่หน้าผากสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับจำนวนที่ข้างแก้ม คาง และหลังส่วนบน การนับที่หน้าผากจุดเดียวอย่างสม่ำเสมอจึงพอเห็นแนวโน้มได้

คนที่รู้สึกว่าเครื่องสำอางเป็นต้นเหตุมีไม่น้อย ในแบบสำรวจปี 2021 กับผู้ป่วยสิวชาวเกาหลี 539 คน กลุ่มที่การดูแลเดิมได้ผลไม่ค่อยดี 38.1% ตอบว่าการใช้เครื่องสำอางต่อเนื่องทำให้สิวแย่ลง นี่เป็นการรายงานด้วยตัวเอง ไม่ใช่เหตุและผล แต่ถ้าจดเป็นจำนวนแทนความรู้สึก ก็นำไปให้แพทย์ดูตอนตรวจได้ทันที

ตารางจด 4 สัปดาห์ เช็กสิวอุดตันจากผลิตภัณฑ์ใหม่

สัปดาห์ บริเวณที่ทา จุดที่นับ สิ่งที่จด เงื่อนไขก่อนไปสัปดาห์ถัดไป
วันก่อนเริ่ม — หน้าผาก กรอบหน้าทั้งสองข้าง จำนวนตุ่ม รูป 1 รูป ส่วนผสม 5 ตัวแรก ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวอื่น
สัปดาห์ที่ 1 กรอบหน้าข้างเดียว กรอบหน้าทั้งสองข้าง ส่วนต่างจำนวนตุ่ม ช่วงเวลาที่หน้าเริ่มมัน ตุ่มไม่ได้เพิ่มเฉพาะข้างที่ทา
สัปดาห์ที่ 2 กรอบหน้าข้างเดียว + หน้าผากครึ่งหนึ่ง กรอบหน้าทั้งสองข้าง หน้าผากซ้ายขวา จำนวนตุ่ม ทำเครื่องหมายวันมีประจำเดือนและวันนอนน้อย สองข้างต่างกันไม่เกิน 2 ตุ่ม
สัปดาห์ที่ 3 ทั้งหน้า หน้าผาก กรอบหน้า จุดที่ขึ้นใหม่ วันที่แต่งหน้า ไม่มากกว่าก่อนเริ่ม
สัปดาห์ที่ 4 ทั้งหน้า หน้าผาก กรอบหน้า เทียบกับรูปก่อนเริ่ม ตัดสินใจว่าจะใช้ต่อหรือไม่

ถ้าตุ่มเพิ่มเฉพาะข้างที่ทา ให้หยุดในสัปดาห์นั้น กลับไปใช้แค่ผลิตภัณฑ์เดิม 2 สัปดาห์ แล้วดูว่าจำนวนกลับลงมาหรือไม่ ผลิตภัณฑ์ที่ติดหน้าทั้งวันอย่างครีมกันแดดหรือคุชชั่น ให้จดเวลาที่ล้างเครื่องสำอางออกด้วยตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1

ตุ่มแบบไหนควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

  • ถ้าหยุดผลิตภัณฑ์นั้นและกลับไปใช้ตัวเดิมมา 2 สัปดาห์แล้ว ตุ่มเล็ก ๆ ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลองพิจารณาไปพบแพทย์ผิวหนัง
  • ถ้ามีสิวกดเจ็บ แดง บวมขึ้นหลายเม็ด ไม่ต้องรอให้ครบ 4 สัปดาห์ ให้ไปตรวจกับแพทย์
  • ถ้ามีผื่นแดงคันลามไปตามบริเวณที่ทา ให้หยุดใช้แล้วไปพบแพทย์
  • ถ้ากำลังใช้ยาสิวที่แพทย์สั่ง ให้ปรึกษาสถานพยาบาลที่สั่งยาก่อนเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมกันแดดตัวใหม่

งานวิจัยที่อ้างอิงพบอะไรบ้าง

  • การทดลองปี 2006 (PMID 16488305) ที่แปะเครื่องสำอางสำเร็จรูปให้คนที่เกิดสิวอุดตันง่าย 6 คน สัปดาห์ละ 3 ครั้งนาน 4 สัปดาห์ พบว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีส่วนผสมที่ก่อสิวอุดตันไม่ได้ทำให้เกิดสิวอุดตันเสมอไป
  • งานวิจัยปี 2016 ในผู้หญิงที่เป็นสิว 66 คน (PMID 26094640) พบว่าจำนวนสิวอุดตันหัวปิดที่หน้าผากสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับข้างแก้ม คาง และหลังส่วนบน
  • แบบสำรวจผู้ป่วยสิวชาวเกาหลี 539 คน (2021, PMID 33206430) กลุ่มที่การดูแลเดิมได้ผลไม่ค่อยดี 38.1% ตอบว่าการใช้เครื่องสำอางทำให้สิวแย่ลง

คำถามที่พบบ่อย

ดูส่วนผสม 10 ตัวแรกแล้วบอกได้ไหมว่าเหมาะกับผิวมันหรือผิวแห้ง

ส่วนผสมต้นรายการช่วยเดาได้ว่าเนื้อหนักหรือเบา แต่บอกไม่ได้ว่าจะอุดตันรูขุมขนหรือไม่ การทดลองปี 2006 (6 คน) พบว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีส่วนผสมที่ก่อสิวอุดตัน ไม่ได้ทำให้เกิดสิวอุดตันเสมอไปในการแปะทดสอบ 4 สัปดาห์ จึงสรุปจากชื่อส่วนผสมอย่างเดียวไม่ได้ ใช้ 10 ตัวแรกเป็นข้อมูลจดในตาราง แล้วตัดสินจากการเทียบ 4 สัปดาห์

คลีนซิ่งออยล์ non comedogenic คนเป็นสิวใช้ได้ไหม

ในหลักฐานที่เราทบทวน ไม่มีงานวิจัยที่ดูโดยตรงว่าคลีนซิ่งออยล์ก่อสิวอุดตันหรือไม่ สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KDCA) แนะนำให้ล้างเครื่องสำอางทุกคืนด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยนกับน้ำ และให้ล้างหน้าสองขั้นตอนในวันที่ทาครีมกันแดดหรือแต่งหน้า ถ้าใช้ออยล์ ให้นับตุ่มเล็ก ๆ แยกไว้ที่กรอบหน้าและแนวไรผม ซึ่งเป็นจุดที่มักมีคราบเหลือหลังล้าง อย่างน้อย 2 สัปดาห์

มอยส์เจอไรเซอร์ non comedogenic ต่างจากครีมทั่วไปอย่างไร

ฉลากนี้หมายความว่าผู้ผลิตตรวจแล้วว่าไม่ค่อยก่อสิวอุดตัน KDCA แนะนำว่าผิวเป็นสิวที่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือรองพื้นแบบน้ำ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า oil-free, noncomedogenic หรือ nonacnegenic แต่ฉลากเดียวกันอาจทดสอบด้วยวิธีต่างกัน จึงควรดูทั้งว่ามีการเปิดเผยเงื่อนไขการทดสอบหรือไม่ และดูบันทึก 4 สัปดาห์ของผิวตัวเองไปพร้อมกัน

แหล่งอ้างอิง

  1. Korea Disease Control and Prevention Agency, National Health Information Portal — Acne (Korean)หน่วยงาน
  2. Korean Dermatological Association — Acne vulgaris (Korean)หน่วยงาน
  3. 4-week patch application of finished cosmetics and microcomedones, reassessing the comedogenic concept, 2006 (PMID 16488305)B
  4. Correlation of comedone sites on the face, upper chest, and back in 66 women with acne, 2016 (PMID 26094640)B
  5. Topical linoleic acid and microcomedone size, placebo-controlled crossover trial, 1998 (PMID 9692305)A
  6. Cosmetics made with noncomedogenic ingredients and the rate of acne cosmetica, 1976 (PMID 138532)B
  7. Cosmetic use and acne flare-ups, survey of 539 Korean acne patients, 2021 (PMID 33206430)B
  8. Amount of cosmetic use in 910 adult acne patients, case-control study, 2013 (PMID 23859829)B

ที่นี่ไม่นับวิดีโอหรือโพสต์ในกระทู้เป็นหลักฐานของข้อเท็จจริง อ่านกฎทั้งหมดได้ที่ นโยบายบรรณาธิการ